close

รับมือ กู้เงิน-ผ่อนบ้าน ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น

เอาไงดีดอกเบี้ยกำลังจะขึ้น ซื้อบ้าน ผ่อนบ้านช่วงนี้จะมีผลอะไรมั๊ย? เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามอยู่ในหัว และต้องการคำตอบเป็นแนวทางไว้รับมือกับการซื้อบ้านในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น มาฟังทางนี้ !

     ก่อนอื่นต้องเริ่มต้นที่ทิศทางดอกเบี้ยของบ้านเรากันก่อน ซึ่งมีสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนจากผู้ที่กำกับดูแลเรื่องของนโยบายการเงินและดอกเบี้ย นั่นก็คือ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ซึ่งจากการประชุมกันเมื่อไม่นานมานี้ ระบุชัดว่าจะเริ่มขยับอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้แน่นอน เพื่อสกัดเงินเฟ้อไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น

     ส่วนดอกเบี้ยจะขึ้นไปเท่าไหร่นั้น ก็มีการประเมินกันหลายทิศหลายทาง โดยสรุป แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอย่างน้อยที่สุด 0.25% ไปจนถึงมากที่สุด 0.75% ภายในปีนี้เลยทีเดียว

     เอาเป็นว่า ดอกเบี้ยถึงเวลาที่จะต้องปรับขึ้น แต่จะขึ้นมากหรือน้อยก็อยู่กับสถานการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้ จะทำได้ก็เพียงตั้งรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกันจะดีกว่า

     ในทางทฤษฎีที่ได้คิดคำนวณกันไว้ การขึ้นดอกเบี้ยทุกๆ 1% จะส่งผลต่อการผ่อนบ้านอยู่ที่ประมาณ 8% ถ้าดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้น 0.5-0.75% ก็จะต้องผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น 4-6% ซึ่งจะกระทบทั้งคนที่กำลังจะกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน จะทำให้กู้ได้ยากขึ้นหรือได้วงเงินกู้น้อยลง

     ส่วนคนที่ผ่อนบ้านอยู่ก็จะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่นถ้าผ่อนบ้านอยู่เดือนละ 10,000 บาท ถ้าดอกเบี้ยขึ้น 0.5-0.75% ก็จะต้องผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น 4-6% หรือเพิ่มเป็นเดือนละ 10,400-10,600 บาท หรือถ้าผ่อนอยู่เดือนละ 20,000 บาท ก็จะเพิ่มเป็น 20,800-21,200 บาท เป็นต้น

     แม้ค่าผ่อนบ้านจะปรับขึ้น 4-6% ในปีนี้ แต่ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นค่าผ่อนก็อาจจะเพิ่มขึ้นได้อีกในปีต่อๆ ไป ซึ่งหลายๆ คนที่แบกภาระหนักอยู่แล้วก็อาจจะเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ผ่อนต่อไม่ไหว หนทางแก้ไขคือ ต้องกล้าที่จะเดินไปขอเจรจากับแบงก์ในการขอปรับปรุงหนี้ หรือจะขอโปรโมชั่นดอกเบี้ยใหม่ เพื่อให้ค่างวดการผ่อนมันลดลง ที่เรียกว่าการทำ Retention

     ถ้าแบงก์เดิมมีข้อเสนอที่ไม่ค่อยจะผ่อนปรน ก็ลองดูเงื่อนไขของแบงก์อื่นๆ ถ้าสามารถลดภาระการผ่อนให้กับเราได้ก็ขอทำ Refinance ซึ่งพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การยื่นกู้เงินกับแบงก์ใหม่ที่มีเงื่อนไขที่ดีกว่าแล้วเอาเงินที่กู้ได้มาโปะหนี้กับแบงก์เดิม

     แต่การจะ Refinance ได้ ก็ต้องดูด้วยว่า 1.ระยะเวลาผ่อนกับแบงก์เดิมเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะกำหนดให้ผ่อนอย่างน้อย 3 ปีถึงจะย้ายแบงก์ได้ และ 2.เรายังมีสุขภาพการเงินที่ดีพอในการขอสินเชื่อกับแบงก์ใหม่ เช่น เงินเดือนไม่ได้ถูกลดลง การงานอาชีพยังมั่นคง ไม่มีหนี้ที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ซึ่งก็ต้องปรึกษาหารือกับแบงก์ใหม่ว่าเราสามารถได้แค่ไหน

     เช่นเดียวกับคนที่กำลังจะกู้ซื้อบ้านในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะทำให้เรากู้ได้ยากขึ้น ได้วงเงินที่ลดน้อยลง ก่อนที่จะตัดสินใจเซ็นสัญญาจองซื้อบ้านกับโครงการไหน อยากให้แวะไปคุยกับแบงก์ก่อนว่า เราสามารถกู้เงินได้มากน้อยแค่ไหนในสถานการณ์ที่ดอกเบี้ยกำลังขึ้น ถ้ากู้ได้น้อยลงก็อาจจะต้องหาผู้กู้ร่วม หรืออาจจะต้องผ่อนดาวน์กับโครงการไปก่อน

     ที่สำคัญดอกเบี้ยเงินกู้ ถ้ามีโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ให้เลือกจะเป็นคงที่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ขออย่าได้ลังเล เพื่อให้เราผ่อนบ้านในช่วงเริ่มต้นได้แบบไม่ต้องกังวลกับดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นในช่วงเวลานับจากนี้

บทความอื่นๆ

บ้านกานดา

นโยบายคุณภาพเดียวคือ “เพื่อรอยยิ้มของครอบครัว และคนรุ่นต่อๆไป” เพื่อตอบสนองความพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกได้

คอนเซ็ปต์บ้านของเรา