close

เตือน!!“ผลิตภัณฑ์สุขภาพ”โฆษณาลดอ้วน-ขาวใส เจอสารอันตรายเพียบ!!!

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  เปิดเผยว่า กรมจะได้รับการนำส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งยา เครื่องสำอาง อาหารสำหรับตรวจวิเคราะห์จาก 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์ที่อย.มีการตรวจจับในส่วนกลาง จะส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2.ผลิตภัณฑ์ที่สสจ.มีการตรวจจับในพื้นที่ภูมิภาค ส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มีอยู่ 15 แห่งทั่วประเทศ 3.การตรวจโดยการเฝ้าระวังของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ และ4.ผู้ประกอบส่งผลิตภัณฑ์มาตรวจวิเคราะห์เพื่อใช้ประกอบการขอขึ้นทะเบียนกับอย. ซึ่งจะค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ตั้งแต่ 500-33,050 บาทขึ้นอยู่ชนิดสารที่ต้องการตรวจ

“ ผลการตรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพที่กรมมีการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าในแต่ละผลิตภัณฑ์ทั้งอาหารเสริม เครื่องสำอางและยามีการลักลอบใส่สารอันตรายหลายรายการ โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีสารปนปลอมโดยมีการผสมยาแผนปัจจุบัน แยกเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ได้แก่ ยาลดความอ้วน อีเฟดรีน  ไซบูทรามีน  ซึ่งจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่รู้สึกหิว แต่เกิดอาการทางจิตและประสาท พบอันตรายทำให้การเต้นของหัวใจผิดจังหวะ และทำให้เสียชีวิตได้ “

ยาลดความอยากอาหาร ยาเฟนฟลูรามีน มีโอกาสเกิดโรคลิ้นหัวใจรั่ว ประสาทหลอนได้  ยาฟลูออกซีทีน เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าและอาการในกลุ่มโรควิตกกังวลซึ่ งมีผลข้างเคียงในการช่วยทำให้ไม่อยากอาหารนอกจากนี้ อาจทำให้เกิดอาการผื่นคัน มีไข้ หนาวสั่น ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ เหงื่อออก สับสน มีอาการชักท้องเสีย วิงเวียน หายใจลำบาก

ยาระบาย ยาฟีนอล์ฟทาลีน มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในกระเพาะอาหาร ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ยาระบายบิสซาโคดิล เป็นยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้ผนังลำไส้ใหญ่บีบตัว ทำให้อุจจาระเคลื่อนตัวจนเกิดการขับถ่าย ใช้บรรเทาอาการท้องผูกเท่านั้นไม่มีผลต่อการลดความอ้วน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเสริมสมรรถภาพทางเพศ พบสารปนปลอม ซิลเดนาฟิล ทาดาลาฟิล และวาร์เดนาฟิล อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่น มีอาการหัวใจวาย  เส้นโลหิตในสมองแตก หัวใจเต้นผิดปกติ เลือดออกในสมองหรือปอด ความดันโลหิตสูง และเสียชีวิตเฉียบพลัน

เครื่องสำอางทำให้ขาวใส พบส่วนผสมและสารต้องห้ามใช้ ได้แก่ ปรอท  ไฮโดรควิโนน สเตียรอยด์ กรดเรทิโนอิก ทำให้ผิวขาวใสได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้ คือ รอยไหม้ดำ รอยแดง ผื่นแพ้ หน้าบาง ไวต่อแสง ติดเชื้อง่ายหรือเป็นฝ้าถาวร เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิดการสะสม ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ตับไตอักเสบ โลหิตจางและเป็นอันตรายต่อทารกในสตรีมีครรภ์

        ผสมสเตียรอยด์ หลังการใช้ประมาณ  2-4 สัปดาห์ ฤทธิ์ของสเตียรอยด์จะทำให้เกิดผดผื่นได้ง่าย เป็นสิวผด เป็นปื้นๆ ผิวแดง มีอาการคัน ผิวบางและแพ้ง่าย สิวเกิดเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วใบหน้าหรือเป็นกระจุกบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่จะขึ้นมากบริเวณที่ทาครีมหรือยาที่มีสเตียรอยด์ เกิดสิวอุดตัน หลังหยุดใช้ ผิวจะดูเหี่ยวเร็ว เพราะสเตียรอยด์จะเข้าทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น เกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ ทำให้มีอาการหน้าแดงอยู่ตลอดเวลา ผิวหนังจะมีสีจางลง หากใช้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดด่างขาวถาวร

       ยาแผนโบราณ พบลักลอบผสมยาแผนปัจจุบัน กลุ่มยาสเตียรอยด์เดกซาเมทาโซน และ เพรดนิโซโลน จัดเป็นยาแผนปัจจุบันควบคุมพิเศษ ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายยาเท่านั้น อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น เกิดแผลในกระเพาะอาหารถึงขั้นกระเพาะทะลุได้ ทำให้ตัวบวม หน้าบวม กระดูกผุกร่อน และเปราะหักง่าย ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง

ที่มาข้อมูล : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บทความอื่นๆ

บ้านกานดา

นโยบายคุณภาพเดียวคือ “เพื่อรอยยิ้มของครอบครัว และคนรุ่นต่อๆไป” เพื่อตอบสนองความพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกได้

คอนเซ็ปต์บ้านของเรา