close

เตือน!!ปชช.ถูกสุนัข-แมว กัด ข่วน ขอให้รีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แจ้งเตือนว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้ายังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกรมควบคุมโรคได้รับรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่ม 1 ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง พบว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชาย อายุ 59 ปี ในจังหวัดระยอง โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขกัดเมื่อเดือนมีนาคม 2561 เป็นสุนัขไม่มีเจ้าของ และไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีน  ซึ่งผู้ป่วยไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า  ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด  ส่วนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้ยังมีจำนวน 9 ราย จาก 9 จังหวัด (สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย และยโสธร)

“โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนที่ติดต่อผ่านทางกัด ข่วน เลียบาดแผล หรือสัมผัสกับน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าทางบาดแผล ระยะฟักตัวของโรคส่วนใหญ่ประมาณ 2-3 เดือน ในบางรายอาจนานเป็นปีหรือหลายปีได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการสัมผัสโรค บริเวณที่ได้รับเชื้อไวรัส และความรุนแรงของบาดแผล โรคพิษสุนัขบ้าสามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น สุนัข แมว ค้างคาว โค กระบือ สุกร แต่ในประเทศไทยพบมากในสุนัข แมว และโค สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการของโรคแสดงแล้ว จะไม่สามารถรักษาได้และจะเสียชีวิตอย่างเดียว ดังนั้น หากประชาชนถูกสุนัขและแมว หรือแม้กระทั่งลูกสุนัข ลูกแมว อายุ 2-3 เดือน กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อยก็อย่าได้ชะล่าใจ รีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง ประมาณ 10 นาที จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และที่สำคัญหากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ขอให้ไปฉีดวัคซีนต่อให้ครบตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง “

##  ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ป้องกันและลดความเสี่ยงอย่าให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล  โดยขอยึดหลัก “คาถา 5 ย.” ได้แก่ 1.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์  2.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน  3.อย่าแหย่ สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้  4.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน     5.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ที่มาข้อมูล:กรมควบคุมโรค

บทความอื่นๆ

บ้านกานดา

นโยบายคุณภาพเดียวคือ “เพื่อรอยยิ้มของครอบครัว และคนรุ่นต่อๆไป” เพื่อตอบสนองความพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกได้

คอนเซ็ปต์บ้านของเรา