close

‘บัตรทอง’ ไฟเขียว! ผู้ป่วยรักษารพ.นอกสิทธิ์ได้ ช่วง ‘โควิด-19’ระบาด

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้แจ้งว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ แม้ว่าภาพรวมจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่มาตรการควบคุมและป้องกันยังต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเพื่อยุติการแพร่ระบาด  ซึ่งคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.)ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ได้เห็นชอบ 7 มาตรการเชิงรุกกองทุนบัตรทองร่วมแก้ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 ได้แก่

1.ส่งยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยรายเก่าทางไปรษณีย์ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยใช้เงินสนับสนุนจากงบกองทุนบัตรทองปี 2563 อัตราไม่เกิน 50 บาทต่อครั้ง มีหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการแล้ว 349 แห่ง โดยผู้ป่วยโทรไปสอบถามยังโรงพยาบาลที่รับยาเป็นประจำ เพื่อรับคำปรึกษาจากแพทย์ในการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยสามารถรับยาทางไปรษณีย์ได้หรือไม่

  1. ลดความแออัดในโรงพยาบาลโดยขยายร้านยาโครงการรับยาใกล้บ้านพร้อมการจัดทำระบบโรงพยาบาลจัดสำรองยาที่ร้านยาและระบบเติมยาผู้ป่วยที่ร้านยาทั่วประเทศมีร้านยาเข้าร่วมแล้ว 1,071 แห่ง เป็นร้านยาที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดยจะต้องมีเภสัชกรอยู่ประจำ 8 ชั่วโมง
  2. 3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรับยาหรือบริการทางการแพทย์ตามความจำเป็นนอกหน่วยบริการประจำได้ โดยถือเป็นความเจ็บป่วยกรณีฉุกเฉินในมิติของประชาชนภายใต้สถานการณ์โรคระบาด จึงสามารถไปรับยาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่งที่เป็นเครือข่ายระบบหลักประกันสุขภาพทั้งรัฐและเอกชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องกลับไปภูมิลำเนาแต่มีสิทธิ์รักษาพยาบาลของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอยู่ในสถานพยาบาลอีกจังหวัดหนึ่ง

 

  1. จ่ายชดเชยค่าบริการกรณีโรคโควิด-19 ให้กับหน่วยบริการนอกระบบบัตรทอง โดยใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการ กำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนหากเข้ารับการตรวจยืนยันการติดเชื้อที่โรงพยาบาลเอกชนแล้วผลเป็บบวกคือติดเชื้อ สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งนั้นต่อได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณผ่านสปสช.มาดำเนินการจ่ายค่ารักษา ซึ่งหากเป็นผู้ป่วยหนักอาจจะมีค่าใช้จ่าย7-8แสนบาท
  2. จ่ายชดเชยค่าบริการโรคโควิด 19 ให้โรงพยาบาลสนามหรือฮอสพิเทลหรือหน่วยงานอื่นที่ผ่านการรับรองเกณฑ์การประเมินโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้าน อัตรา 1,500 บาทต่อเตียงต่อคืน เป็นอัตราเดียวกันทั้งที่สปสช.จ่ายกรณีเป็นผู้ป่วยอยู่ในสิทธิ์บัตรทอง กรณีสำนักงานประกันสังคมจ่ายหากเป็นผู้ประกันตนทและกรมบัญชีกลางจ่ายหากเป็นสิทธิ์สวัสดิการข้าราชการ
  3. เสนอแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงิน และรายการของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริม การจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่น พ.ศ.2559 โดยให้รายการค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ ปีงบประมาณ2563 ใช้ซื้อครุภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับCOVID 19 ได้ และเพิ่มอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายกรณีโควิด-19 เป็น 2 เท่าจากเดิม โดยใช้งบกลางจ่ายเพิ่มเติมและ 7. มอบเลขาธิการ สปสช. และประธานบอร์ด สปสช. พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตราค่าใช้จ่าย และการจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยบริการ เพื่อประโยชน์การบริหารกองทุนทันต่อสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19

ที่มาข้อมูล:กระทรวงสาธารณสุข

 

บทความอื่นๆ

บ้านกานดา

นโยบายคุณภาพเดียวคือ “เพื่อรอยยิ้มของครอบครัว และคนรุ่นต่อๆไป” เพื่อตอบสนองความพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกได้

คอนเซ็ปต์บ้านของเรา