close

ด่วน!! ‘ไทย’ ประกาศ ‘โควิด-19’ เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้แจ้งว่า คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประกาศโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างมากในการช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการประกาศนี้ไม่ได้แปลว่าประเทศเข้าสู่การระบาดระยะที่ 3 แต่อย่างใด เป็นการประกาศเพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่จะสามารถชะลอหรือยืดระยะเวลาการเข้าสู่ระยะที่ 3 ไว้ให้ได้นานที่สุด และเกิดประโยชน์อย่างมากสำหรับประเทศไทย โดยจะมีผลหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา

นำเข้ายาได้กรณีฉุกเฉิน

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อประกาศแล้ว กรณีที่มียาในต่างประเทศที่มีสรรพคุณในการสามารถช่วยการรักษาผู้ป่วยได้ นอกจากยาที่มีอยู่ในประเทศ เพราะผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะตอบสนองต่อยาแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจไม่ตอบสนองกับยาที่มีอยู่ในประเทศ หากมียาอื่นในต่างประเทศแม้จะยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน หรือผ่านการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แต่ตามประกาศนี้จะสามารถนำเข้ามาใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้ เพราะถือเป็นกรณียกเว้นเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินหรือสถานการณ์ระบาด รวมถึง กรณีที่เป็นผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัย และเจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่าจะต้องเข้ารับการกักกันโรค 14 วัน ผู้ป่วยรายนั้นที่อาจจะลูกจ้างก็สามารถใช้เป็นหลักฐานยื่นกับผู้ว่าจ้างได้ เป็นต้น

“การประกาศนี้เป็นไปตามความเห็นทางวิชาการทางการแพทย์ที่มีเหตุผลรองรับ ในส่วนของประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก ไม่ได้มุ่งที่จะหาคนผิดมาลงโทษ เป็นการป้องกันเหตุ แต่ต้องการให้คนตระหนักมากขึ้น ในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมโรค เพื่อให้การดำเนินการสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปัจจุบันที่มีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว เพราะเราต้องการให้ประเทศไทยยืนอยู่ในระยะที่ 2 แบบปัจจุบันให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับมากกว่าสถานการณ์จริงไว้ 1 ระดับเสมอ เพราะเราต้องการนำหน้าสถานการณ์ไม่ใช่มาวิ่งตามสถานการณ์”

ห้ามปฏิเสธรักษา
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนยิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว จะสามารถดำเนินการในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ตามพรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 อาทิ มาตรา 34(1) กำหนดให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตราย รวมถึงผู้ที่เป็นผู้สัมผัสโรคหรือเป็นพาหะ มารับการตรวจหรือรักษา หรือรับการชันสูตรทางการแพทย์ และเพื่อความปลอดภัยอาจดำเนินการโดยการแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดจนกว่าจะได้รับการตรวจและการชันสูตรทางการแพทย์ว่าพ้นระยะติดต่อของโรคหรือสิ้นสุดเหตุอันควรสงสัย อย่างไรก็ตาม การประกาศตามกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเป็นการเอาผิดใคร แต่เป็นการดำเนินการเพื่อคุ้มครองสังคมโดยรวม

นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวว่า การประกาศนี้เป็นเครื่องสำคัญจริงๆในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการป้องกัน ควบคุมโรคเป็นการช่วยยืดสถานการณ์ระยะที่ 2ให้ได้นานที่สุด หรือหากเข้าสู่ระยะที่ 3 ก็จะสามารถช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยได้อย่างดี ส่วนการกระทำของประชาชนโดยทั่วไปที่จะถือว่ามีความผิดหลังมีการประกาศ เช่น เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัยต้องอยู่ในสถานที่ใดที่จัดให้ แต่บุคคลนั้นปฏิเสธ หรือกรณีเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เดินทางไปในสถานที่ใด แต่ก็ยังเดินทางไป เป็นต้น

รองศาสตราจารย์(พิเศษ)นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ  ได้กล่าวว่า ยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นจริงแล้วคือที่ผ่านมาจากที่มีการคัดกรองคนไข้ ที่เป็นชาวต่างชาติ และเจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่าบุคคลนั้นจะต้องเข้ารับการรักษาและเฝ้าระวังในสถานพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่บุคคลดังกล่าวปฏิเสธด้วยข้ออ้างว่าอาการป่วยไม่มาก หรือกรณีชาวต่างชาติมีประวัติไปแวะพักที่ประเทศหนึ่งก่อนเข้ามาไทย เจ้าหน้าที่แนะนำให้เข้ารับการรักษา แต่ก็ปฏิเสธด้วยข้อที่ว่าอาการไม่มากเช่นกัน กรณีเช่นนี้หากไม่มีการประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับหรือกักกันผู้ที่ไม่ยินยอมเข้ารับการรักษาได้ แต่เมี่อประกาศแล้วก็จะมีอำนาจในการสั่งให้เข้ารับการรักษาได้ ซึ่งกรณีคนที่ปฏิเสธการรักษาเช่นนี้ถือว่าอันตรายมาก เสี่ยงที่จะทำให้เกิดซุปเปอร์ สเปรดเดอร์(Super Spreader)

ที่มาข้อมูล:กระทรวงสาธารณสุข
เครดิตภาพ : sanook

บทความอื่นๆ

บ้านกานดา

นโยบายคุณภาพเดียวคือ “เพื่อรอยยิ้มของครอบครัว และคนรุ่นต่อๆไป” เพื่อตอบสนองความพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกได้

คอนเซ็ปต์บ้านของเรา