close

ครม.อนุมัติงบกว่า 3 พันลบ.ฟื้นฟูเยียยวยาเกษตรกรประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย 5 โครงการ

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการตามแผนปฏิบัติการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัยปี 62 วงเงิน 3,120.86 ล้านบาท เป็นการดูแลเกษตรกรต่อเนื่องหลังจากรัฐบาลได้เยียวยาเกษตรกรทั้งหมด 538,316 ราย ในพื้นที่ฝนทิ้งช่วง 19 จังหวัด และอุทกภัย 30 จังหวัด

งบประมาณ โครงการเป็นการถัวจ่ายงบประมาณระหว่างโครงการภายใต้กรอบวงเงิน 3,120.86 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปี 2562 จำนวน 2,967.50 ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรไว้แล้ว 152.31 ล้านบาท และเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 1.05 ล้านบาท

สิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อเพื่อฟื้นฟูเกษตรกร คือ

1.โครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร วงเงิน 347.52 ล้านบาท รับผิดชอบโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งเป้ามีเกษตรกรเข้าร่วม 150,000 ครัวเรือน พื้นที่รวม 1.4 ล้านไร่ โดยสนับสนุนเงินโอนเข้าบัญชีเกษตรกร เพื่อซื้อเมล็ดพันธ์ตามพื้นที่ปลูกจริง แบ่งเป็น 1)ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป้าหมายเกษตรกรจำนวน 100,000 ครัวเรือน รายละไม่เกิน 20 ไร่ อัตราไร่ละ 245 บาท (ครัวเรือนละ 4,900 บาท) พื้นที่รวม 1 ล้านไร่ 2)ถั่วเขียว เป้าหมายเกษตรกรจำนวน 50,000 ราย รายละไม่เกิน 20 ไร่ อัตราไร่ละ 200 บาท (ครัวเรือนละ 4,000 บาท) พื้นที่รวม 4 แสนไร่

2.โครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปี 2563/64 วงเงิน 1,739.43 ล้านบาท รับผิดชอบโดยกรมการข้าว ตั้งเป้ามีเกษตรกรเข้าร่วม 827,000 ครัวเรือน เมล็ดพันธุ์ข้าว 63,200 ตัน พื้นที่รวม 6.32 ล้านไร่ โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวแก่เกษตรกร ไร่ละ 10 กิโลกรัมไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่

ทั้งนี้ ครม.ได้เห็นชอบให้กรมการข้าวปรับเปลี่ยนปริมาณของเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดข้าวและปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวของแหล่งผลิต (กรมการข้าว สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และศูนย์ข้าวชุมชนและแปลงใหญ่) ให้เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรและตามความสามารถในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและปริมาณที่จะสนับสนุนของแต่ละแหล่งผลิต

3.โครงการพัฒนาทางเลือกอาชีพด้านประมง การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในบ่อดิน วงเงิน 260 ล้านบาท รับผิดชอบโดยกรมประมง ตั้งเป้ามีเกษตรเข้าร่วม 50,000 ราย โดยสนับสนุนพันธุ์ปลานิล ขนาดประมาณ 5-7 เซ็นติเมตรขึ้นไป รายละ 800 ตัว และอาหารสัตว์น้ำนำร่อง จำนวน 120 กิโลกรัม ให้แก่เกษตรกร

4.โครงการสร้างรายได้จากอาชีพประมงในแหล่งน้ำชุมชน วงเงิน 506.91 ล้านบาท รับผิดชอบโดยกรมประมง ตั้งเป้าแหล่งน้ำในชุมชน จำนวน 1,436 แห่ง ในพื้นที่ 129 อำเภอ โดยสนับสนุนลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามนำไปปล่อยในแหล่งน้ำของชุมชน ขนาดลูกพันธุ์ประมาณ 5-7 เซนติเมตรขึ้นไป จำนวน 200,00 ตัวต่อแหล่งน้ำ

5.โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีก วงเงิน 240 ล้านบาท รับผิดชอบโดยกรมปศุสัตว์ ตั้งเป้ามีเกษตรเข้าร่วม 48,000 ราย โดยสนับสนุนเงินโอนเข้าบัญชีเกษตรกร เพื่อซื้อพันธุ์ไก่ไข่ เป็ดไข่ ครัวเรือนละ 10 ตัว และไก่พื้นเมืองคละเพศ ครัวเรือนละ 30 ตัว พร้อมอาหารและค่าวัสดุ ครัวเรือนละ 4,850 บาท

คุณสมบัติของเกษตรกรและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ คือ

1.ให้เกษตรกรมีสิทธิเลือกได้ 1 โครงการ เท่านั้น

2.เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายสามารถเข้าร่วมโครงการ (ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์) ด้านใดด้านหนึ่ง โดยไม่ต้องตรงกับด้านที่ได้รับความเสียหาย

3.กรณีโครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย และโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ต้องเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย โดยโครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย เลือกพืชได้มากกว่า 1 ชนิด และโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว เลือกพันธุ์ข้าวได้ 1 พันธุ์ คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุม ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว

4.กรณีโครงการพัฒนาทางเลือกอาชีพด้านประมง เกษตรกรต้องมีบ่อดินแลปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเลี้ยงปลา

5.กรณีโครงการเลี้ยงสัตว์ปีก เกษตรกรต้องมีโรงเรือนสัตว์ปีและลานปล่อยที่มีตาข่ายล้อมรอบป้องกันสัตว์พาหะ และอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย 17 จังหวัด

ที่มาข้อมูล:สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล
เครดิตภาพ : thairath

บทความอื่นๆ

บ้านกานดา

นโยบายคุณภาพเดียวคือ “เพื่อรอยยิ้มของครอบครัว และคนรุ่นต่อๆไป” เพื่อตอบสนองความพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกได้

คอนเซ็ปต์บ้านของเรา