close

ข่าวดี!! ‘ทีเซลส์’ ร่วมจุฬาฯ แถลงผลวิจัยสำเร็จใช้เซลล์นักฆ่ารักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย ได้กล่าวถึงแผนและวิสัยทัศน์ของคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลจุฬาฯด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง

“คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยมุ่งมั่นมาอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนาวิธีดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบครบวงจร และกำลังจะดำเนินการโครงการก่อสร้างศูนย์บูรณาการวิจัยและรักษาโรคมะเร็งของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อมุ่งเน้นการวิจัยนวัตกรรมที่สามารถเป็นต้นแบบในการดูแลรักษาโรคมะเร็งควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาผู้ป่วย เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ยุทธศาสตร์ด้านโรคมะเร็งจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความก้าวหน้าของประเทศ”

โดยมุ่งการวิจัยพัฒนาการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดหลายรูปแบบเพื่อที่จะนำไปต่อยอดไปสู่การบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยชาวไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทัดเทียมเช่นเดียวกันกับนานาชาติที่พัฒนาแล้ว และหนึ่งในโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่คือ การพัฒนาการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวด้วยเซลล์บำบัด ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัด

ด้าน อ.นพ.กรมิษฐ์ ศุภพิพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยเซลล์บำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้กล่าวถึงการวิจัยและการพัฒนาวิธีการรักษามะเร็งด้วยเซลล์นักฆ่า ดังนี้ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพแก่ของผู้ป่วยมะเร็งชาวไทย จึงริเริ่มโครงการวิจัยและพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเซลล์นักฆ่า มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 โดยได้รับทุนสนับสนุนในระยะเริ่มต้นและได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำหรับ “Natural Killer cell หรือ เซลล์นักฆ่า เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ซึ่งเซลล์ชนิดนี้ เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวส่วนน้อยของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด โดยจะมีอยู่ประมาณ 5-10% ของเม็ดเลือดขาวที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย โดยทั่วไปเซลล์นักฆ่าจะมีหน้าที่หลักคือ การลาดตระเวน และตรวจตราหาเซลล์แปลกปลอม เซลล์ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือ เซลล์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจนอาจก่อให้เกิดอันตราย ภายในร่างกาย เมื่อเซลล์นักฆ่าตรวจสอบพบเซลล์ที่มีความเปลี่ยนแปลง หรือ กลายพันธุ์ไปซึ่งมักเกิดจากจากการติดเชื้อ หรือกระบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นเซลล์มะเร็งนั้น เซลล์นักฆ่าจะทำลายเซลล์ผิดปกติดังกล่าวก่อนที่เซลล์เหล่านั้นจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือพัฒนาไปสู่การเป็นโรคมะเร็ง

จากการศึกษาวิจัยการรักษาโรคมะเร็งด้วยเซลล์นักฆ่าในระดับการวิจัยทางคลินิกในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีโรคกลับเป็นซ้ำหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานนั้น กลับพบว่าประสิทธิภาพของการรักษามะเร็งด้วยเซลล์นักฆ่าในกลุ่มโรคมะเร็งก้อนทั้งหมดนั้นยังไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่พบว่าการรักษามะเร็งด้วยเซลล์นักฆ่านั้นมีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมโรคและป้องกันโรคกลับเป็นซ้ำในมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ โดยเฉพาะการใช้เซลล์นักฆ่าจาก พ่อแม่ พี่น้อง หรือ ลูกที่มีสารพันธุกรรมตรงกันเพียงครึ่งเดียว

ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ บุญวรเศรษฐ์ หัวหน้าสาขาวิชาโลหิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้กล่าวถึงตัวอย่างการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวด้วยเซลล์นักฆ่าและข้อควรระวังสำหรับประชาชนเกี่ยวกับการรักษาด้วยเซลล์นักฆ่าดังที่กล่าวมาแล้วว่า โครงการนำร่องเพื่อศึกษาการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเซลล์นักฆ่าในปี 2561 นี้ มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ร่วมโครงการทั้งสิ้นจำนวน 5 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่มีโรคกลับเป็นซ้ำ และไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน หรือ เป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีโรคกลับเป็นซ้ำแต่ไม่สามารถรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกได้

“มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ เป็น 1 ใน 4 ชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทยโดยเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของโรคมะเร็งในผู้ป่วยชาวไทย มะเร็งเม็ดเลือดขาวสามารถแบ่งเป็น 4 ชนิด โดยแบ่งป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน และ มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเรื้อรัง และแบ่งย่อยตามชนิดของเซลล์ออกเป็น ชนิดลิมฟอยด์และ ชนิดมัยอิลอยด์ ซึ่งมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ โดยการรักษามาตรฐานจะประกอบไปด้วยการให้ยาเคมีบำบัด และการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่โรคกลับเป็นซ้ำ ซึ่งสามารถทำให้ผู้ป่วยหายขาดได้

ปัจจุบันโครงการนำร่องของการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเซลล์นักฆ่านั้น ยังมีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ที่มีความเสี่ยงสูงอยู่ในโครงการอยู่อีก 4 ราย โดยเป้าหมายของการให้เซลล์นักฆ่านั้น มีทั้งเพื่อการรักษาโรคที่กลับซ้ำและเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรค โดยผู้ป่วยทั้งหมดมีระยะปลอดจากโรคหลังจากหยุดรักษาไปแล้วตั้งแต่ 2 เดือน – 1 ปี จากการประเมินความปลอดภัยเบื้องต้นเห็นได้ว่าการรักษาด้วยเซลล์นักฆ่าในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความปลอดภัยแต่ต้องอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป” ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว

การดำเนินโครงการนี้ จึงถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการศึกษาการรักษาด้วยเซลล์นักฆ่าในผู้ป่วยชาวไทย ทางโครงการมีความมุ่งหวังจะดำเนินโครงการต่อเนื่องเพื่อประเมินประสิทธิภาพของการรักษานี้ในผู้ป่วยชาวไทยต่อไป ในช่วงระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมานี้มีการโฆษณาชวนเชื่อ การอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และมีการเสนอบริการด้านเซลล์บำบัดในการรักษาโรคต่างๆ ออกมาในสื่อต่างๆ รวมถึง social media อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยและญาติเกิดความเข้าใจผิด และคลาดเคลื่อน เกิดความคาดหวังที่สูงเกินความเป็นจริง รวมถึงมีการเสียทรัพย์สินไปกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และรักษาด้วยสิ่งที่อ้างว่าเป็นเซลล์บำบัด ทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตหลังจากการได้รับการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นจากทั่วโลก เช่นในกรณีของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อรุนแรงหลังจากได้รับเซลล์นักฆ่าจากคลินิกเสริมความงามที่ฮ่องกงในปี 2017 จึงจำเป็นต้องมีการให้ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้นที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาด้วยเซลล์นักฆ่า ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมในเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ที่มาข้อมูล:โรงพยาบาลจุฬา

บทความอื่นๆ

บ้านกานดา

นโยบายคุณภาพเดียวคือ “เพื่อรอยยิ้มของครอบครัว และคนรุ่นต่อๆไป” เพื่อตอบสนองความพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกได้

คอนเซ็ปต์บ้านของเรา