รู้จัก…โรคตาแห้งกัน

06 มิ.ย.
ตาแห้ง

อ.พญ.ชารีนันท์ จิรภาไพศาล ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้กล่าวถึง อาการแสบตา เหมือนมีเศษฝุ่นอยู่ในตาตลอดเวลา แล้วน้ำตาไหล โดยเฉพาะเวลาใช้คอมพิวเตอร์นานๆ จนรู้สึกปวดหัวปวดตา อาการต่างๆ ที่ว่านี้ จะเป็นอาการของโรคตาแห้งหรือไม่ มาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

ตาแห้งเป็นภาวะที่มีปริมาณน้ำตาหล่อเลี้ยงผิวตาไม่เพียงพอ สาเหตุหลักมาจากการสร้างน้ำตาน้อยลง หรือน้ำตาระเหยมากไป ส่งผลให้เกิดจากการอักเสบของผิวตา ซึ่งสาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เช่น ผู้ป่วยมีโรคบางอย่างเช่น Sjogren’s Syndrome หรือโรคแพ้ภูมิตนเองที่โรคมีการทำลายเซลล์ของต่อมน้ำตา วัยทองที่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย หรือมีการใช้ยาบางอย่าง ยาหยอดตาบางชนิด การรับประทานยาที่ทำให้การสร้างน้ำตาลดลง ผู้ที่มีความผิดปกติของเปลือกตาหรือเส้นประสาทมาเลี้ยงเปลือกตาทำให้หลับตาไม่สนิท มีการกะพริบตาที่ผิดปดกติ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคทางระบบเส้นประสาทและสมอง ที่อาจมีการดึงรั้งของเปลือกตาทำให้ขนตาผิดทิศ งอกทิ่มลงเข้าตาตัวเองได้ เป็นต้น นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่มีลมแรง อากาศแห้ง หรือการใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานานก็อาจเป็นเหตุทำให้เกิดภาวะตาแห้งได้

อาการของโรคตาแห้งมีได้หลายอย่าง เช่น ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกฝืดที่ตา ระคายเคืองเหมือนมีเศษฝุ่นอยู่ในตา แพ้แสง แพ้ลม บางคนอาจมีขี้ตาเป็นเมือกเหนียว ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการเคืองตาน้ำตาไหลมากได้ เนื่องจากการระคายเคืองตากระตุ้นให้ต่อมน้ำตาทำการบีบน้ำตาออกมามาก กรณีที่ตาแห้งมากอาจส่งผลให้ตามัวได้ เมื่อมีอาการต่างๆ เกิดขึ้นทำให้เรารู้สึกไม่สบายตา คุณภาพชีวิตแย่ลง หากปล่อยให้ตาแห้งเป็นเรื้อรัง จะทำให้เกิดอักเสบของกระจกตา เป็นแผลกระจกตา หรือบางคนร้ายแรงอักเสบติดเชื้อทำให้ตาบอดได้

การรักษาอาจใช้การหยอดน้ำตาเทียมชดเชยน้ำตาธรรมชาติ และฝึกกะพริบตาให้สม่ำเสมอ อาจทำการประคบน้ำอุ่น นวดและฟอกทำความสะอาดเปลือกตาเพื่อกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณรอบเปลือกตา รวมถึงลดการเกิดต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ซึ่งเป็นเหตุทำให้มีเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง อันเป็นผลทำให้เกิดตาแห้งได้ ในกรณีที่ตาแห้ง และมีการอักเสบของผิวตามาก อาจจำเป็นต้องใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบของผิวตาและเยื่อบุตา ซึ่งกรณีนี้ไม่แนะนำให้ซื้อยาใช้เอง ควรได้รับการตรวจรักษาโดยตรงกับจักษุแพทย์

สำหรับผู้ที่รู้สึกว่าระคายเคืองไม่สบายตา ในเบื้องต้นสามารถใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อให้ความชุ่มชื่นแก่ดวงตาบรรเทาอาการก่อนได้ จากนั้นจึงลองสังเกตพฤติกรรม สิ่งแวดล้อมและมีปัจจัยเสี่ยงใดที่นำไปสู่ภาวะตาแห้งได้หรือไม่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ควรพักสายตาเมื่อจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน หรือใช้แว่นตาป้องกันแสงแดด ฝุ่นละออง ลมแรงๆ หรือผู้ที่รับประทานยาให้สังเกตว่ามีผลต่อภาวะตาแห้งหรือไม่ หากไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดหรืออาการไม่บรรเทาลงแนะนำให้รีบไปพบจักษุแพทย์ทันที

ที่มาข้อมูล: คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เครดิตภาพ : thaihealth