ดีเดย์ 1 มี.ค. ใช้กำไล EM สวมข้อเท้าผู้ต้องหา-จำเลย

04 มี.ค.
กำไล EM

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายประสาร  มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมลงนามบันทึกความตกลง (MOU) ความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ EM หรือ กำไลข้อเท้า มาใช้แทนการวางเงินประกันผู้ต้องหา หรือจำเลย ในการขอปล่อยชั่วคราว เพื่อใช้สืบเสาะพฤติกรรมผู้ต้องหา หรือ จำเลยคดีอาญา   เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม และลดปริมาณผู้ต้องขัง หรือจำเลย โดยมีศูนย์ควบคุม ตรวจสอบติดตามการปล่อยชั่วคราวตลอด 24 ชั่วโมง

นายสราวุธ  กล่าวว่า  หากผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ หรือ พฤติการณ์ไม่ร้ายแรง ก็เป็นดุลยพินิจศาล ว่าจะใช้กำไลข้อเท้าควบคุมหรือไม่ ที่ผ่านมา จากการประเมินพบว่า  มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มใช้กำไลข้อเท้าจำนวน 5 ,000 เครื่อง กับผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา วันที่ 1 มี.ค.นี้ กับศาลนำร่อง 23 ศาลทั่วประเทศ  อาทิ ศาลอาญา  600 เครื่อง ศาลจังหวัดมีนบุรี 600 เครื่อง  ศาลอาญากรุงเทพใต้ 300 เครื่อง   ศาลอาญาธนบุรี 300 เครื่อง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง 50 เครื่อง

“กำไลข้อเท้าจะทำให้เจ้าพนักงานศาลรู้ว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลย ปฏิบัติ ตามเงื่อนไขศาลหรือไม่ เช่น  ป้องกันการหลบหนี หรือ จะก่อเหตุประทุษร้ายกับผู้เสียหายอีก การออกนอกพื้นที่  หรือ การฝ่าฝืนเงื่อนไข ศาลจะพิจารณาออกหมายจับต่อไป  การนำเทคโนโลยีมาใช้การจัดการบริหารคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สะดวก รวดเร็ว ประหยัด  ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของประธานศาลฎีกา” นายสราวุธ กล่าว

ด้าน นายกำพล รุ่งรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา  กล่าวว่า  กำไลข้อเท้า EM  ติดระบบนำทาง GPS ไว้ มีน้ำหนักเบา  230 กรัม จะถูกสวมที่ข้อเท้าผู้ต้องหาหรือจำเลยตลอดเวลา  เพื่อใช้กำหนดพื้นที่การเดินทาง ความเคลื่อนไหว  และพื้นที่ต้องห้าม สอดส่องพฤติกรรมของผู้ใช้  หากมีการกระทำผิดเงื่อนไข เช่น ออกนอกพื้น หรือ มีการทำลายกำไลข้อเท้า  เครื่องจะแสดงสัญญาณไปที่ศูนย์ควบคุม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ผลัดละ  8 คน  8 ชั่วโมง รายงานต่อผู้พิพากษาเวรแต่ละศาล เพื่อพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาหรือจำเลยทันที

สำหรับกำไลข้อเท้า EM นี้ ในปีแรก  ศาลยุติธรรมจะเริ่มใช้จำนวน 5,000 เครื่อง ใช้งบประมาณ 80.8 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 10,000 เครื่องให้แก่ศาลอื่นๆ ในปีที่2  โดยจะมีการประเมินผลการใช้งานแบบปีต่อปี

ที่มาข้อมูล:สำนักงานศาลยุติธรรม